ต้มสุกก็ยังไม่หมดพิษ! พบ “ตัวการ” เสี่ยงก่อมะเร็งตับ หมอเตือนพิษร้ายแรงกว่าสารหนูถึง 68 เท่า แต่หลายคนยังไม่รู้และกินซ้ำเป็นประจำ - ข่าวร้อน

Friday, September 4, 2026

“เห็ดหูหนู” เป็นวัตถุดิบที่อยู่คู่ครัวไทยมานาน เพราะนำไปทำได้ทั้งผัด ต้ม ยำ หรือใส่ในเมนูต่าง ๆ แต่มีประเด็นหนึ่งที่คนรักเห็ดควรรู้ โดยเฉพาะเรื่อง การเก็บรักษาและการปนเปื้อนของเชื้อรา

สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เห็ดหูหนูสดที่ปรุงสุกตามปกติ แต่คือ เห็ดหรืออาหารแห้งที่เก็บไว้ในสภาพชื้นและเกิดเชื้อรา เพราะเชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารพิษที่เรียกว่า อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นสารพิษจากเชื้อราที่พบได้ในอาหารบางประเภท

อะฟลาทอกซินคืออะไร?

อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษที่สร้างโดยเชื้อราบางสายพันธุ์ โดยเฉพาะ Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus สามารถพบการปนเปื้อนได้ในอาหาร เช่น ถั่ว ธัญพืช และผลิตภัณฑ์อาหารที่เก็บรักษาไม่เหมาะสม

สิ่งที่ต้องระวังคือ อะฟลาทอกซินบางชนิดมีความทนทานต่อความร้อน ดังนั้นการนำอาหารที่ปนเปื้อนไปต้ม หรือนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าสารพิษจะถูกกำจัดออกไปทั้งหมด

แล้วเห็ดหูหนูเกี่ยวข้องอย่างไร?

ประเด็นสำคัญคือ ไม่ควรเหมารวมว่าเห็ดหูหนูทุกชนิดมีอะฟลาทอกซิน เพราะเห็ดหูหนูที่สะอาดและผ่านการผลิตและเก็บรักษาอย่างถูกต้องไม่ได้หมายความว่าจะมีสารพิษดังกล่าว

ความเสี่ยงจะเกี่ยวข้องกับ วัตถุดิบที่ขึ้นรา ปนเปื้อน หรือถูกเก็บไว้ในสภาพที่เอื้อต่อการเจริญของเชื้อรา มากกว่า

ดังนั้น หากพบเห็ดหูหนูแห้งมีลักษณะผิดปกติ เช่น มีกลิ่นอับ มีจุดเชื้อรา มีความชื้น หรือเปลี่ยนสีผิดไปจากเดิม ไม่ควรนำมาประกอบอาหารเพียงเพราะคิดว่าต้มให้เดือดแล้วจะปลอดภัย

อย่าคิดว่า “ต้มแล้วฆ่าพิษได้หมด”

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อผ่านความร้อนสูงแล้ว อาหารจะปลอดภัยจากสารพิษทุกชนิด แต่ในกรณีของอะฟลาทอกซิน ความร้อนจากการปรุงอาหารทั่วไปอาจไม่สามารถกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด

วิธีที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่การพยายามกำจัดสารพิษหลังจากอาหารปนเปื้อนแล้ว แต่คือ ป้องกันไม่ให้อาหารเกิดเชื้อราตั้งแต่แรก

เก็บเห็ดแห้งอย่างไรให้ปลอดภัย?

  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและบรรจุภัณฑ์อยู่ในสภาพสมบูรณ์
  • เก็บในภาชนะที่แห้งและปิดสนิท
  • หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีความชื้นสูง
  • ก่อนนำมาปรุงอาหาร ควรตรวจดูสี กลิ่น และลักษณะของวัตถุดิบ
  • หากพบเชื้อราหรือมีลักษณะผิดปกติ ควรทิ้ง ไม่ควรนำไปล้างหรือต้มเพื่อหวังให้กลับมากินได้

สรุป: เห็ดหูหนูไม่ได้เป็นอาหารที่ต้องหลีกเลี่ยงเพียงเพราะมีข่าวเรื่องอะฟลาทอกซิน แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกวัตถุดิบที่สะอาดและเก็บรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหากอาหารเกิดการปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อราแล้ว การปรุงสุกไม่ได้รับประกันว่าจะกำจัดสารพิษได้ทั้งหมด.