ช็อก! เดินเล่นชายหาด เจอหินลายแปลกๆ ลูกทักเหมือน "แพนด้า" รู้ราคาประเมินแทบเป็นลม 490 ล้าน!
หนุ่มจีนดวงเฮง เดินเล่นชายหาดกับลูกชาย บังเอิญเจอ "หินแปลก" หน้าตาคล้ายแพนด้า ตัดสินใจเก็บกลับบ้าน ก่อนนำไปประเมินราคาถึงกับช็อก เมื่อผู้เชี่ยวชาญระบุว่านี่คือสมบัติล้ำค่า มูลค่าสูงถึง 490 ล้านบาท!
เรื่องราวสุดฮือฮานี้เกิดขึ้นที่มณฑลซานตง ประเทศจีน เมื่อชายหนุ่มแซ่ "หลิน" (Lin) ได้พาครอบครัวไปเดินเล่นพักผ่อนที่ชายหาดตามปกติ แต่ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหินก้อนหนึ่งที่มีรูปร่างและลวดลายสะดุดตา

จุดเริ่มต้นจากคำทักของลูกชาย
นายหลินเล่าว่า "ตอนแรกผมคิดว่ามันเป็นแค่หินสีดำธรรมดาๆ แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ ก็พบว่ามีลวดลายหลากสีที่พิเศษมาก" แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ลูกชายของเขา ที่พูดขึ้นมาด้วยความไร้เดียงสาว่า
"พ่อครับ เห็นไหมว่าเส้นพวกนี้ดูเหมือนแพนด้ายักษ์ มันดูเหมือนของจริงเลย!"
ด้วยความที่นายหลินเป็นนักสะสมอัญมณีและของเก่าอยู่แล้ว เมื่อได้ยินลูกชายทักและสังเกตดูดีๆ เขาก็รู้ทันทีว่าหินก้อนนี้ "ไม่ธรรมดา" และตัดสินใจนำมันกลับบ้านทันที

ลักษณะพิเศษของ "หินแพนด้า"
หินก้อนนี้มีสีพื้นเป็นสีน้ำตาลเข้ม มีเส้นสีดำวงกลมสลับกัน เกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของชั้นหินสีน้ำตาล สีขาว และสีดำ จนเกิดเป็นลวดลายที่ดูคล้ายกับ "หมีแพนด้ากำลังนอนพักผ่อน" อย่างน่าอัศจรรย์
เศรษฐีขอซื้อ 5 ล้าน แต่ไม่ขาย!
หลังจากข่าวการค้นพบแพร่สะพัดออกไป นายหลินก็กลายเป็นคนดังในชั่วข้ามคืน นักสะสมจำนวนมากเดินทางมาขอดูกับตา และต่างทึ่งในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ถึงขั้นมีเศรษฐีรายหนึ่งเสนอเงินสดกว่า 1 ล้านหยวน (ประมาณ 4.9 ล้านบาท) เพื่อขอซื้อหินก้อนนี้
แม้นั่นจะเป็นเงินจำนวนมากสำหรับครอบครัวนายหลินในตอนนั้น แต่เขาก็ปฏิเสธที่จะขายมัน

วินาทีช็อก! ราคาประเมินพุ่ง 490 ล้าน
ด้วยความอยากรู้มูลค่าที่แท้จริง นายหลินจึงนำหินก้อนนี้ไปออกรายการ "ประเมินค่าสมบัติ" ทางสถานีโทรทัศน์ CCTV ผลปรากฏว่า ผู้เชี่ยวชาญต่างลงความเห็นว่านี่คือผลงานชิ้นเอกที่ธรรมชาติสร้างสรรค์และหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร พร้อมฟันธงมูลค่าว่า:
"หินก้อนนี้มีมูลค่ามหาศาล อย่างน้อย 100 ล้านหยวน (ประมาณ 490 ล้านบาท)!"
ตัวเลขดังกล่าวทำเอานายหลินและคนในห้องส่งถึงกับตะลึง เพราะไม่คิดว่าหินที่เก็บได้ริมทะเลจะมีมูลค่าสูงเทียมฟ้าขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม แม้จะรู้ว่าถือครองสมบัติมูลค่าเกือบ 500 ล้านบาท แต่นายหลินก็ยืนยันคำเดิมว่า "จะไม่ขาย" เพราะเขาเชื่อว่าการที่เขาได้เจอมัน คือ "โชคชะตา" และจะเก็บรักษามันไว้เป็นสมบัติประจำตระกูลต่อไป