สามีภรรยาป่วย “สโตรก” พร้อมกัน! แพทย์เตือน 3 อาหารที่เก็บในตู้เย็นนานเกินไป ควรทิ้งเพื่อความปลอดภัย - ข่าวร้อน

Thursday, September 24, 2026

สามีภรรยาป่วยสโตรกพร้อมกัน แพทย์เตือนอาหาร 3 ชนิดที่แช่ตู้เย็นนานเกินไป ควรทิ้งอย่าเสียด

Chapter 1: ทำไมสามีภรรยาถึงเกิดภาวะสโตรกในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน?

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยารายหนึ่งในประเทศจีน เปิดเผยกรณีที่พบสามีภรรยาคู่หนึ่งซึ่งทั้งสองคนมีอายุต่ำกว่า 60 ปี และต่างเข้ารับการรักษาด้วยภาวะ โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก

เมื่อพิจารณาพฤติกรรมการใช้ชีวิต ทั้งคู่ไม่ได้มีปัจจัยเสี่ยงที่โดดเด่นจนผิดสังเกต แต่มีพฤติกรรมหนึ่งที่แพทย์สังเกตเห็น นั่นคือ การเก็บอาหารเหลือไว้ในตู้เย็นเป็นเวลานาน แล้วนำกลับมาอุ่นรับประทานซ้ำ

หลายคนอาจคิดว่าการเก็บอาหารในตู้เย็นช่วยให้สามารถรับประทานอาหารได้นานขึ้น แต่ความจริงคือการแช่เย็นไม่ได้ทำให้กระบวนการเสื่อมคุณภาพของอาหารหยุดลงทั้งหมด

แพทย์จึงเตือนว่า อาหารบางประเภทหากเก็บไว้นานเกินไป แม้ภายนอกยังดูปกติ ก็ไม่ควรฝืนรับประทานต่อ

Chapter 2: อาหารประเภทที่ 1 — เนื้อสัตว์ที่นำมาอุ่นซ้ำหลายครั้ง

อาหารประเภทแรกที่บทความกล่าวถึงคือ เนื้อสัตว์และอาหารเหลือที่ผ่านการอุ่นซ้ำหลายครั้ง

ตัวอย่างเช่น ไส้กรอก เนื้อตุ๋น เนื้อผัด หรืออาหารทอดที่รับประทานไม่หมด แล้วนำไปแช่ตู้เย็นเพื่อเก็บไว้รับประทานในวันถัดไป

บทความระบุว่า เมื่ออาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมันถูกผ่านความร้อนซ้ำหลายครั้ง อาจเกิดกระบวนการออกซิเดชันของไขมัน และมีสารจากกระบวนการดังกล่าวเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ควรทำความเข้าใจอย่างระมัดระวัง เพราะ การรับประทานอาหารเหลือที่อุ่นซ้ำไม่ได้หมายความว่าจะทำให้เกิดลิ่มเลือดหรือสโตรกโดยตรง

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการควบคุมอาหารโดยรวม โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและเกลือสูง รวมถึงการเก็บอาหารให้ถูกสุขลักษณะ

หากอาหารเหลือถูกเก็บไว้นานเกินคำแนะนำ หรือมีการเก็บและอุ่นซ้ำหลายครั้ง การทิ้งแทนการเสี่ยงรับประทานต่อย่อมเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า

Chapter 3: อาหารประเภทที่ 2 — ผักใบเขียวที่ปรุงสุกแล้วเก็บไว้นาน

ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com

อาหารประเภทที่สองคือ ผักใบเขียวที่ปรุงสุกแล้วนำไปเก็บในตู้เย็นหลายวัน

บทความยกตัวอย่างผักอย่างผักโขมและขึ้นฉ่าย พร้อมกล่าวถึงเรื่อง ไนไตรต์ (nitrite) ที่อาจเกิดขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงระหว่างการเก็บรักษา

อย่างไรก็ตาม การอธิบายว่าไนไตรต์จากผักแช่เย็นเป็นสาเหตุโดยตรงของลิ่มเลือดหรือโรคหลอดเลือดสมองนั้น ไม่ควรถูกสรุปแบบเด็ดขาด เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งชนิดอาหาร ปริมาณ การเก็บรักษา และสุขอนามัย

หลักที่ควรจำง่าย ๆ คือ หากอาหารปรุงสุกถูกเก็บไว้นานจนเกินระยะเวลาที่ปลอดภัย หรือไม่แน่ใจว่าเคยถูกเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสมหรือไม่ ก็ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน

โดยเฉพาะอาหารที่มีกลิ่น สี หรือเนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป ไม่ควรเสียดายและนำกลับมารับประทานต่อ

Chapter 4: อาหารประเภทที่ 3 — อาหารจากข้าวและแป้งที่เก็บไว้นานเกินไป

ประเภทที่สามคือ อาหารที่ทำจากข้าวและแป้ง เช่น ซาลาเปา หมั่นโถว หรือขนมแป้งนึ่ง ที่ถูกเก็บไว้ในตู้เย็นเป็นเวลาหลายวัน

บทความเตือนว่าอาหารประเภทนี้มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อรา หากเก็บรักษาไม่เหมาะสม และกล่าวถึงสารพิษจากเชื้อราอย่าง อะฟลาทอกซิน B1

อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษจากเชื้อราที่เป็นประเด็นด้านความปลอดภัยอาหาร และไม่ควรบริโภคอาหารที่มีเชื้อราขึ้น

สิ่งสำคัญคือ อย่าคิดว่าการนำอาหารที่ขึ้นราไปอุ่นใหม่จะทำให้ปลอดภัยเสมอไป เพราะความร้อนไม่ได้ทำลายสารพิษจากเชื้อราทุกชนิดได้อย่างสมบูรณ์

หากพบอาหารมีเชื้อรา หรือสงสัยว่ามีการปนเปื้อน ไม่ควรตัดเฉพาะส่วนที่มองเห็นแล้วรับประทานส่วนที่เหลือ แต่ควรทิ้งทั้งชิ้นหรือทั้งภาชนะตามลักษณะของอาหาร

Chapter 5: ตู้เย็นช่วยถนอมอาหาร แต่ไม่ได้ทำให้อาหารปลอดภัยตลอดไป

หลายคนอาจคิดว่าเมื่ออาหารถูกนำเข้าตู้เย็นแล้ว ก็สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องกังวล แต่ความจริงคือ การแช่เย็นเพียงชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ ไม่ได้หยุดการเสื่อมคุณภาพของอาหารทั้งหมด

ดังนั้นควรใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บอาหาร แบ่งอาหารเหลือใส่ภาชนะที่เหมาะสม เก็บในอุณหภูมิที่ปลอดภัย และไม่เก็บไว้นานเกินคำแนะนำด้านความปลอดภัยอาหาร

โดยเฉพาะอาหาร 3 กลุ่มที่บทความกล่าวถึง ได้แก่

เนื้อสัตว์หรืออาหารมัน ๆ ที่ถูกอุ่นซ้ำหลายครั้ง

ผักใบเขียวที่ปรุงสุกแล้วเก็บไว้นาน

อาหารจากข้าวและแป้งที่เก็บไว้นานจนเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อรา

อย่างไรก็ตาม ควรแยกให้ชัดเจนว่า อาหารเหล่านี้ไม่ได้ถูกพิสูจน์จากข้อมูลที่ให้มาว่าเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้สามีภรรยาคู่นั้นเกิดสโตรก โรคหลอดเลือดสมองมีปัจจัยเสี่ยงหลายด้าน เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง เบาหวาน การสูบบุหรี่ และปัจจัยอื่น ๆ

สิ่งที่บทความต้องการเตือนจึงควรนำไปใช้ในมุมของ ความปลอดภัยในการเก็บและรับประทานอาหาร มากกว่าการสรุปว่าอาหารเหล่านี้เป็น “ต้นเหตุของลิ่มเลือด” โดยตรง เครดิตฟรี

ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com