แพทย์เตือนภัยใกล้ตัว หลังชายวัย 25 ปีมีอาการไตวายเฉียบพลันจากการรับประทานผักรสขมบางชนิดทหลายคนเชื่อว่าผักเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ยิ่งเป็นผักพื้นบ้านหรือผักที่มีรสขมก็ยิ่งถูกมองว่ามีสรรพคุณทางยา แต่กรณีของชายวัย 25 ปีรายหนึ่งกลับกลายเป็นอุทาหรณ์สำคัญ เมื่อเขาต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะไตวายเฉียบพลัน หลังรับประทานผักรสขมบางชนิดที่มีสารพิษตามธรรมชาติในปริมาณสูง



แพทย์ผู้ดูแลเปิดเผยว่า ผู้ป่วยมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง และอ่อนเพลียอย่างรุนแรงภายในเวลาไม่นานหลังรับประทานอาหาร เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบว่าการทำงานของไตลดลงอย่างผิดปกติ จนต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด
ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า ผักบางชนิดในตระกูลแตง โดยเฉพาะผลที่มีรสขมผิดปกติ อาจมีสารกลุ่มคิวเคอร์บิทาซิน (Cucurbitacins) ซึ่งเป็นสารพิษตามธรรมชาติ หากได้รับในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองทางเดินอาหารอย่างรุนแรง และในบางกรณีอาจส่งผลกระทบต่อไตและอวัยวะสำคัญอื่น ๆ ได้



ผักรสขม 2 กลุ่มที่แพทย์มักเตือนให้ระมัดระวัง ได้แก่
1. บวบหรือฟักที่มีรสขมผิดปกติ
โดยปกติแล้วบวบและฟักจะมีรสชาติอ่อน ๆ หากรับประทานแล้วพบว่ามีรสขมจัด ควรหยุดกินทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณว่ามีสารพิษสะสมในระดับสูง การฝืนกินต่อเพราะเสียดายอาหารอาจนำไปสู่ผลเสียต่อสุขภาพได้
2. แตงกวาหรือมะระที่มีรสขมรุนแรงกว่าปกติ
แม้มะระจะมีรสขมตามธรรมชาติ แต่หากมีรสขมผิดสังเกตหรือรุนแรงกว่าปกติ ควรหลีกเลี่ยง ส่วนแตงกวาที่เกิดรสขมจัดก็ควรทิ้งเช่นกัน เพราะอาจเกิดจากการสะสมของสารที่ไม่เหมาะต่อการบริโภค
แพทย์เน้นย้ำว่า ไม่ใช่ผักรสขมทุกชนิดจะเป็นอันตราย แต่สิ่งสำคัญคือการสังเกตรสชาติที่ผิดปกติ หากชิมแล้วรู้สึกขมจัดจนไม่เหมือนปกติ ควรหยุดรับประทานทันที
นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับไต ผู้สูงอายุ และผู้ที่ร่างกายอ่อนแอ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจได้รับผลกระทบจากสารพิษเหล่านี้ได้มากกว่าคนทั่วไป



ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำว่า การรับประทานผักยังคงเป็นสิ่งจำเป็นต่อสุขภาพ แต่ควรเลือกผักที่สด สะอาด และมาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หากพบว่าผักมีรสชาติ กลิ่น หรือรูปลักษณ์ผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงทันที
กรณีของชายวัย 25 ปีรายนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า แม้อาหารที่ดูปลอดภัยอย่างผักก็อาจซ่อนความเสี่ยงได้ หากขาดความระมัดระวัง การใส่ใจสัญญาณเล็ก ๆ เช่นรสชาติที่ผิดปกติ อาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้ในอนาคต