ปลานิลเป็นปลาน้ำจืดที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะราคาไม่แพง โปรตีนสูง และไขมันต่ำ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารเตือนว่า หากเลือกซื้อไม่ดี หรือปรุงไม่ถูกวิธี ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนได้
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าปลานิลเป็นอาหารอันตราย หากเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และปรุงให้สุก ก็สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย

1. อย่ากินปลานิลดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ
ปลาน้ำจืดอาจมีปรสิตหรือแบคทีเรียตามธรรมชาติ หากรับประทานแบบดิบหรือปรุงไม่สุก อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร
ควรปรุงให้เนื้อปลาสุกทั่วถึงทุกส่วนก่อนรับประทาน
2. หลีกเลี่ยงปลาที่ไม่สด
ก่อนซื้อควรสังเกตว่า
ตาปลาใส ไม่ขุ่น
เหงือกสีแดงสด
เนื้อแน่น ไม่เละ
ไม่มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ
หากปลามีกลิ่นแรง เนื้อยุ่ย หรือสีผิดปกติ ไม่ควรซื้อ
3. ระวังปลาจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาด
ปลานิลที่เลี้ยงในแหล่งน้ำปนเปื้อน อาจสัมผัสกับเชื้อโรคหรือสารเคมีจากสิ่งแวดล้อมได้
จึงควรเลือกซื้อจากฟาร์มหรือร้านค้าที่ได้มาตรฐาน มีแหล่งที่มาชัดเจน
4. ล้างปลาให้สะอาดก่อนปรุง
ควรควักไส้ออก ล้างเลือดและเยื่อสีดำบริเวณช่องท้องให้สะอาด เพราะอาจเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและทำให้เกิดกลิ่นคาว
ใช้เขียงและมีดแยกจากอาหารที่พร้อมรับประทาน เพื่อลดการปนเปื้อนข้าม

5. อย่ากินปลานิลเพียงชนิดเดียวเป็นประจำ
แม้ปลานิลจะเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี แต่การรับประทานอาหารให้หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญ
ควรสลับกับปลาอื่น ๆ เช่น ปลาทู ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน หรือปลาทะเลชนิดต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่หลากหลาย โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมกา-3
ปลานิลมีประโยชน์อะไร?
หากเลือกซื้อและปรุงอย่างถูกวิธี ปลานิลเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เช่น
โปรตีนคุณภาพสูง
ไขมันต่ำ
วิตามินบี 12
ซีลีเนียม
ฟอสฟอรัส
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ที่ต้องการเพิ่มโปรตีนในมื้ออาหาร
สรุป
แพทย์ไม่ได้เตือนให้ "เลิกกินปลานิล" แต่แนะนำให้ เลือกปลาที่สด สะอาด มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และปรุงให้สุกทุกครั้ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคและปรสิต พร้อมทั้งรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุลและปลอดภัยในระยะยาว.
ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com