อาการคันร่วมกับผื่นนูนแดงหรือตุ่มนูนบนผิวหนัง อาจไม่ใช่แค่การแพ้อากาศธรรมดา



หลายคนเคยมีอาการคันตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ บางครั้งเริ่มจากผื่นเล็ก ๆ หรือเป็นตุ่มนูนสีแดงคล้ายยุงกัด ก่อนจะลุกลามเป็นบริเวณกว้างและสร้างความรำคาญอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่ออาการคันเกิดขึ้นในเวลากลางคืนหรือเป็นซ้ำอยู่บ่อยครั้ง
ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังระบุว่า อาการลักษณะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับ “ลมพิษ” (Urticaria) ซึ่งเป็นภาวะที่ผิวหนังเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง ส่งผลให้เกิดตุ่มนูนหรือผื่นนูนแดงที่คันอย่างรุนแรง บางรายอาจมีอาการแสบร้อนหรือรู้สึกอุ่นบริเวณผื่นร่วมด้วย
ลมพิษสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา ลำตัว หลัง หรือใบหน้า โดยลักษณะของผื่นอาจมีขนาดเล็กเท่าหัวเข็ม หรือใหญ่จนรวมตัวกันเป็นปื้นขนาดใหญ่ได้
ลมพิษเกิดจากอะไร?
สาเหตุของลมพิษมีได้หลายรูปแบบ บางรายเกิดจากการแพ้อาหาร เช่น อาหารทะเล ถั่ว นม หรือไข่ ขณะที่บางคนอาจมีอาการหลังรับประทานยา ใช้เครื่องสำอาง หรือสัมผัสสารเคมีบางชนิด นอกจากนี้ ความเครียด อากาศร้อน อากาศเย็น การออกกำลังกาย หรือแม้แต่การติดเชื้อบางอย่างก็สามารถกระตุ้นให้เกิดลมพิษได้เช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือ ในผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย แพทย์ไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แม้จะตรวจอย่างละเอียดแล้วก็ตาม
สัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม
หากอาการคันมาพร้อมกับตุ่มนูนที่ปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนตำแหน่งไปมา หรือหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะขึ้นใหม่ในบริเวณอื่น อาจเป็นลักษณะเฉพาะของลมพิษได้
นอกจากนี้ ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการบวมลึกใต้ผิวหนังร่วมด้วย โดยเฉพาะบริเวณเปลือกตา ริมฝีปาก ลิ้น หรือคอ ซึ่งเรียกว่า Angioedema ภาวะนี้อาจเป็นอันตรายได้หากเกิดการบวมในทางเดินหายใจ



เมื่อไรควรรีบพบแพทย์?
แม้ว่าลมพิษส่วนใหญ่จะหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมงหรือไม่กี่วัน แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
หายใจลำบาก
แน่นหน้าอก
ปาก ลิ้น หรือคอบวม
เวียนศีรษะอย่างรุนแรง
เป็นลม
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้น
หากอาการยังไม่รุนแรง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเกา เพราะอาจทำให้ผิวหนังอักเสบมากขึ้น รวมถึงพยายามสังเกตสิ่งกระตุ้นที่อาจเป็นสาเหตุ เช่น อาหาร ยา เครื่องสำอาง หรือสภาพแวดล้อมต่าง ๆ นอกจากนี้ การประคบเย็นและหลีกเลี่ยงความร้อนจัดอาจช่วยลดอาการคันได้
การพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด และดื่มน้ำให้เพียงพอ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดโอกาสการกำเริบของอาการในบางรายได้เช่นกัน
อย่าชะล่าใจ แม้อาการจะดูเล็กน้อย
หลายคนมองว่าผื่นคันเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยและปล่อยให้หายเอง แต่ในความเป็นจริง อาการคันและตุ่มนูนบนผิวหนังอาจเป็นสัญญาณเตือนของปฏิกิริยาภูมิแพ้ หรือความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันบางอย่างได้ โดยเฉพาะหากเกิดซ้ำบ่อยครั้งหรือเป็นต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์



ดังนั้น หากคุณพบว่าร่างกายมีอาการคันผิดปกติ ร่วมกับตุ่มนูนหรือผื่นลักษณะคล้ายในภาพ อย่าเพิ่งมองข้าม ควรสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด และหากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com