เรื่องสุขภาพใกล้ตัวที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน เกี่ยวกับเครื่องดื่มประจำวันที่หลายคนมองข้าม - ข่าวร้อน

Thursday, August 27, 2026

ทำความเข้าใจเรื่องสารตกค้างขนาดเล็กในเครื่องดื่ม

เปิดเผย 2 เครื่องดื่มปนเปื้อนไมโครพลาสติกสูง แต่คนยังดื่มทุกวัน

ในยุคปัจจุบัน ความสะดวกสบายกลายเป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้ออาหารและเครื่องดื่ม แต่สิ่งที่เราบริโภคเข้าไปทุกวันอาจมีส่วนประกอบขนาดเล็กที่เรามองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สารตกค้างประเภทไมโครพลาสติกกลายเป็นเรื่องที่ทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากสามารถปนเปื้อนเข้าสู่ร่างกายได้ผ่านภาชนะและการบรรจุภัณฑ์

งานวิจัยหลายแห่งพบว่า วัสดุประเภทพลาสติกที่ใช้ในการบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม เมื่อผ่านความร้อน การขัดสี หรือใช้ซ้ำเป็นเวลานาน สามารถแตกตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กมาก และปนเปื้อนลงไปในของเหลวที่เราดื่มกินโดยไม่รู้ตัว

2 เครื่องดื่มยอดฮิตที่มีโอกาสพบการปนเปื้อนสูง

น้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก (โดยเฉพาะถังน้ำสีฟ้าตามภาพ)

น้ำดื่มถือเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องบริโภคทุกวัน แต่ขั้นตอนการผลิต การขนส่ง และการเก็บรักษาในขวดพลาสติกเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการหลุดร่วงของอนุภาคพลาสติกขนาดเล็ก

การเปิด-ปิดฝาขวดซ้ำๆ หรือการใช้น้ำดื่มบรรจุถังใหญ่ที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานและตากแดดตากลม อาจทำให้บรรจุภัณฑ์เสื่อมสภาพและปนเปื้อนเข้าสู่สิ่งที่บริโภคได้ง่ายขึ้น

ชาและกาแฟร้อนในภาชนะพลาสติกหรือถุงชาสังเคราะห์

ความร้อนสูงเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้พลาสติกเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น

การชงชาร้อนโดยใช้ถุงชาที่มีส่วนผสมของเส้นใยสังเคราะห์ หรือการใส่เครื่องดื่มร้อนในแก้วพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง ทำให้เกิดการปลดปล่อยสารขนาดเล็กออกมาในปริมาณที่มากกว่าเครื่องดื่มเย็นหลายเท่า

ข้อแนะนำในการลดความเสี่ยงสำหรับการดูแลสุขภาพ

การหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อนเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน:

เลือกใช้แก้วน้ำหรือขวดน้ำที่ทำจากสแตนเลสสตีลหรือแก้ว เพื่อลดการสัมผัสพลาสติกโดยตรง

หลีกเลี่ยงการนำขวดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งมาเติมน้ำดื่มซ้ำ หรือตากแดดในรถยนต์

เลือกระบบกรองน้ำดื่มภายในบ้านแทนการใช้น้ำบรรจุขวดพลาสติกปริมาณมาก

เลือกใช้ใบชาอบแห้งบริสุทธิ์ชงผ่านกรองสแตนเลส แทนการใช้ถุงชาสังเคราะห์

การใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกภาชนะบรรจุเครื่องดื่ม ไม่เพียงแต่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติก แต่ยังเป็นการปกป้องสุขภาพของตัวคุณเองและคนในครอบครัวในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน

ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com