กาแฟถือเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ต้องการเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในระหว่างวัน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่าการดื่มกาแฟให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “ช่วงเวลา” ที่ดื่มด้วย
แม้ว่าจะมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์สนับสนุนว่ากาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระและอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคบางชนิดได้ แต่คำกล่าวอ้างว่ากาแฟสามารถ “ล้างพิษตับ” ได้โดยตรงนั้นยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟในเวลาที่เหมาะสมอาจช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากขึ้น



1. หลังตื่นนอนประมาณ 1-2 ชั่วโมง
หลายคนเริ่มต้นวันด้วยกาแฟทันทีหลังลืมตา แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนแนะนำว่าควรรอประมาณ 60-90 นาทีหลังตื่นนอน เนื่องจากในช่วงเช้า ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลตามธรรมชาติอยู่แล้ว ซึ่งช่วยให้เรารู้สึกตื่นตัว
หากดื่มกาแฟทันที อาจทำให้ร่างกายพึ่งพาคาเฟอีนมากเกินไป การรอให้ระดับฮอร์โมนลดลงก่อนแล้วค่อยดื่มกาแฟ จะช่วยให้คาเฟอีนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2. ช่วงสายก่อนเที่ยง
เวลาประมาณ 09.30-11.30 น. ถือเป็นอีกช่วงที่เหมาะสำหรับการดื่มกาแฟ เพราะเป็นช่วงที่หลายคนเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงานในช่วงเช้า กาแฟหนึ่งแก้วสามารถช่วยเพิ่มสมาธิและประสิทธิภาพในการทำงานได้
นอกจากนี้ การดื่มกาแฟในช่วงนี้ยังช่วยลดโอกาสรบกวนการนอนหลับในเวลากลางคืน เมื่อเทียบกับการดื่มในช่วงบ่ายหรือเย็น



3. ก่อนออกกำลังกาย 30-60 นาที
นักกีฬาหลายคนเลือกดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกาย เพราะคาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัว ลดความรู้สึกเหนื่อย และอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกกำลังกายได้
งานวิจัยหลายฉบับพบว่าคาเฟอีนสามารถช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย จึงเป็นเหตุผลที่กาแฟกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมก่อนเข้ายิมหรือวิ่งออกกำลังกาย
4. ช่วงบ่ายต้น ๆ
สำหรับคนที่ต้องทำงานต่อเนื่องตลอดวัน ช่วงเวลาประมาณ 13.00-15.00 น. อาจเป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับกาแฟแก้วที่สอง เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มรู้สึกง่วงหลังรับประทานอาหารกลางวัน
อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการดื่มหลังเวลา 16.00 น. โดยเฉพาะผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน เพราะอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับในเวลากลางคืน



ดื่มกาแฟอย่างไรให้ดีต่อสุขภาพ
นอกจากเรื่องเวลาแล้ว การดื่มกาแฟให้เกิดประโยชน์ควรคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ ด้วย เช่น
ไม่เติมน้ำตาลมากเกินไป
ลดปริมาณครีมเทียมหรือไซรัปหวาน
ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอระหว่างวัน
ไม่ดื่มกาแฟแทนอาหารมื้อหลัก
จำกัดปริมาณคาเฟอีนให้เหมาะสมกับร่างกาย
โดยทั่วไป ผู้ใหญ่สุขภาพดีสามารถรับคาเฟอีนได้ประมาณ 300-400 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณกาแฟ 3-4 แก้ว ขึ้นอยู่กับชนิดของกาแฟและความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละคน
แม้กาแฟจะไม่ใช่ยาวิเศษที่รักษาโรคได้ทุกอย่าง แต่หากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมและเลือกช่วงเวลาที่ถูกต้อง ก็อาจช่วยเพิ่มความสดชื่น สมาธิ และคุณภาพชีวิตในแต่ละวันได้ไม่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับคนที่ต้องทำงานหนักหรือใช้สมองตลอดทั้งวัน การรู้จักดื่มกาแฟอย่างชาญฉลาดอาจเป็นเคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้สุขภาพและประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com