เจ้าหน้าที่จีนตรวจพบว่า อดีตประธานบริษัทใช้อำนาจในตำแหน่งเพื่อทุจริตและยักยอกทรัพย์สินของรัฐเป็นมูลค่ามหาศาล ก่อนถูกดำเนินคดีและยึดทรัพย์สินจำนวนมาก
ซ่ง เหวินไต (Song Wendai) อดีตประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Inner Mongolia Qiankun Gold and Silver Refining Co., Ltd. ถูกดำเนินคดีในข้อหาทุจริตและยักยอกเงินของรัฐ หลังเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบความผิดปกติด้านทรัพย์สินและการใช้อำนาจในตำแหน่ง

ตามข้อมูลที่เผยแพร่บน Baidu ระบุว่า ซ่ง เหวินไต สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์มองโกเลียใน และเคยทำงานที่ศาลประชาชนระดับสูงของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ก่อนจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญในบริษัทถลุงทองและเงิน
ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานบริษัท เขาถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจหน้าที่เพื่อยักยอกและแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของรัฐ รวมถึงเงินโบนัสและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้น
ยึดทรัพย์มหาศาล ทั้งเงินสด ทอง และเงิน
จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินจำนวนมากจากคดีดังกล่าว ได้แก่
เงินสด 2.7 ล้านหยวน หรือกว่า 10.4 ล้านบาท
ทองคำกว่า 134 กิโลกรัม
เงินกว่า 995 กิโลกรัม
แพลทินัม 81.09 กรัม
เหรียญเงิน 176 เหรียญ
บ้าน 4 หลัง
รถยนต์ 4 คัน
ทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกระบุว่าได้มาจากการกระทำผิดถูกสั่งยึดคืนตามกระบวนการทางกฎหมาย
ในคำพิพากษาชั้นต้น ศาลระบุว่า ซ่ง เหวินไต กระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเป็นจำนวนเงินมหาศาล และสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน

ถูกตัดสินประหารชีวิต ก่อนคดีพลิก
ในระยะแรก ศาลมีคำพิพากษาให้ ซ่ง เหวินไต รับโทษประหารชีวิต พร้อมยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด
คดีถูกส่งต่อไปยังศาลระดับสูง หลังจำเลยยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลยังคงเห็นว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักเพียงพอ และมีคำสั่งยืนตามโทษประหารชีวิต ก่อนส่งคดีขึ้นสู่ศาลประชาชนสูงสุดของจีน
อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลประชาชนสูงสุดเข้าตรวจสอบ กลับพบว่าข้อเท็จจริงบางส่วนในคำพิพากษาก่อนหน้านี้ยังไม่ชัดเจน และหลักฐานบางรายการยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันข้อกล่าวหาได้อย่างแน่นหนา
ศาลจึงมีคำสั่งยกคำตัดสินเดิมและส่งคดีกลับไปพิจารณาใหม่
จำนวนเงินทุจริตลดลง โทษก็เปลี่ยนตาม
หลังจากมีการพิจารณาคดีใหม่ จำนวนเงินที่ซ่ง เหวินไต ถูกกล่าวหาว่ายักยอกถูกปรับลดลงอย่างมาก จากเดิมที่ระบุว่ามากกว่า 86 ล้านหยวน เหลือกว่า 22.11 ล้านหยวน
การเปลี่ยนแปลงของข้อเท็จจริงและหลักฐานส่งผลให้บทลงโทษถูกปรับลดจาก ประหารชีวิต เหลือจำคุก 17 ปี และต่อมาลดลงเหลือ 15 ปี
ทนายความของซ่ง เหวินไต เซี่ย ถงเซียง (Xie Tongxiang) ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้มีการแก้ไขคำพิพากษา เป็นเพราะเงินจำนวนมากที่เคยถูกกล่าวหาว่าจำเลยยักยอกนั้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากขาดหลักฐานที่ชัดเจน
คดีดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งคดีทุจริตที่น่าจับตา ทั้งจากมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกยึดจำนวนมหาศาล และการเปลี่ยนแปลงของคำพิพากษาหลังศาลตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง
ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com