ไข่เป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเด็ก จึงเป็นเมนูยอดนิยมของหลายครอบครัว เพราะทำง่าย ราคาไม่แพง และสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหารเตือนว่า แม้ไข่จะมีประโยชน์มากเพียงใด แต่หากปรุงหรือเก็บรักษาไม่เหมาะสม ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย เช่น Salmonella ซึ่งเป็นสาเหตุของอาหารเป็นพิษ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
หนึ่งในพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง คือ การให้เด็กกินไข่ดิบหรือไข่ที่สุกไม่ทั่วถึง เช่น ไข่ลวกที่ไข่ขาวยังใส ไข่ออนเซ็นที่ยังไม่ผ่านความร้อนเพียงพอ หรือการนำไข่ดิบไปผสมในอาหารโดยไม่ผ่านการปรุงสุก เพราะอาจมีเชื้อโรคหลงเหลืออยู่ได้
นอกจากนี้ การนำไข่ที่ปรุงสุกแล้ววางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน หรืออุ่นซ้ำหลายครั้ง ก็อาจทำให้เชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโตได้ หากรับประทานเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และมีไข้ ในบางราย โดยเฉพาะเด็กเล็ก อาจเกิดภาวะขาดน้ำจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล



ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า การปรุงไข่ให้สุกทั้งไข่ขาวและไข่แดงจะช่วยลดความเสี่ยงจากเชื้อแบคทีเรียได้มาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเตรียมอาหารสำหรับเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว
นอกจากการปรุงให้สุกแล้ว การเลือกซื้อไข่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ตรวจสอบเปลือกไข่ว่าไม่แตกร้าว และเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิเหมาะสม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดโอกาสการปนเปื้อน
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือการใช้ภาชนะหรืออุปกรณ์เดียวกันระหว่างไข่ดิบกับอาหารที่ปรุงสุกแล้ว หากไม่ได้ล้างให้สะอาด ก็อาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังอาหารพร้อมรับประทานได้ ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำให้แยกเขียง มีด และภาชนะสำหรับอาหารดิบและอาหารสุก รวมถึงล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งหลังสัมผัสไข่ดิบ
หากเด็กมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียนหลายครั้ง ท้องเสียไม่หยุด มีไข้สูง ซึม หรือมีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น ปากแห้ง ปัสสาวะน้อย หรือร้องไห้ไม่มีน้ำตา ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรรักษาเองหากอาการรุนแรง



6
แม้จะมีคำเตือนเกี่ยวกับการรับประทานไข่ แต่ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า ไข่ยังคงเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้ หากเลือกซื้ออย่างเหมาะสม เก็บรักษาอย่างถูกวิธี และปรุงให้สุกก่อนรับประทาน
สำหรับผู้ปกครอง การใช้เวลาเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่นาทีในการปรุงไข่ให้สุกทั่วถึง อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยที่ไม่จำเป็นได้อย่างมาก สุขอนามัยในครัว การล้างมือ การใช้อุปกรณ์ที่สะอาด และการไม่ปล่อยอาหารไว้ที่อุณหภูมิห้องนานเกินไป ล้วนเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้มื้ออาหารปลอดภัยยิ่งขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลเรื่องความปลอดภัยของอาหารไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงไข่ แต่คือการเลือกวิธีปรุงและการจัดการอาหารอย่างถูกต้อง เพื่อให้เด็กได้รับทั้งคุณค่าทางโภชนาการและความปลอดภัยในทุกมื้ออาหาร ลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากอาหาร และช่วยให้เติบโตอย่างแข็งแรงในระยะยาว.
ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com