แพทย์ยังทึ่ง! หญิงวัย 61 ปี ดื่มโยเกิร์ตทุกวันนาน 6 เดือน ผลตรวจสุขภาพดีขึ้น 2 ค่าอย่างเห็นได้ชัด - ข่าวร้อน

Sunday, July 26, 2026

หลายคนเชื่อว่าโยเกิร์ตเป็นเพียงอาหารช่วยเรื่องการขับถ่าย แต่สำหรับ คุณหลิว วัย 61 ปี ชาวจีน การดื่มโยเกิร์ตเป็นประจำตลอด 6 เดือน กลับทำให้ผลตรวจสุขภาพเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด จนแพทย์ผู้ดูแลยังแปลกใจ

ผลตรวจ 2 ค่า ดีขึ้นอย่างชัดเจน

คุณหลิวเคยตรวจพบว่ามีระดับน้ำตาลในเลือดสูงและความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลง ทำให้ต้องติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

หลังได้รับคำแนะนำจากนักโภชนาการให้ดื่มโยเกิร์ตเป็นประจำ พร้อมปรับวิธีการดื่มให้เหมาะสม เมื่อตรวจสุขภาพอีกครั้งหลังผ่านไป 6 เดือน พบว่า

ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร ลดจาก 7.8 mmol/L เหลือ 5.9 mmol/L

ค่าความหนาแน่นของมวลกระดูก (T-score) ดีขึ้นจาก -2.5 เป็น -1.8

แพทย์ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงระดับนี้ถือว่าน่าสนใจ แต่ย้ำว่า ไม่ได้เกิดจากการดื่มโยเกิร์ตเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงการเลือกรับประทานให้เหมาะสมและการดูแลสุขภาพโดยรวม

เธอดื่มโยเกิร์ตแบบไหน?

คุณหลิวไม่ได้ซื้อโยเกิร์ตราคาแพงหรือผลิตภัณฑ์พิเศษ แต่เลือกดื่มตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ โดยให้ความสำคัญกับ

เลือกโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต

ดื่มในเวลาที่เหมาะสม

รับประทานร่วมกับอาหารที่ช่วยเสริมการดูดซึมสารอาหาร

โยเกิร์ตอาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร?

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า โยเกิร์ตคุณภาพดีอาจช่วยส่งเสริมสุขภาพได้หลายด้าน เช่น

1. ช่วยดูแลสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้

จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เช่น Bifidobacterium lactis และ Lactobacillus acidophilus มีส่วนช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการเผาผลาญและการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

งานวิจัยบางฉบับยังพบว่า ผู้ที่รับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำอาจมีความเสี่ยงต่อกลุ่มอาการเมตาบอลิกลดลง อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

2. ช่วยเสริมสุขภาพกระดูก

โยเกิร์ตเป็นแหล่งของแคลเซียม และบางผลิตภัณฑ์ยังเสริมวิตามินดี ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ส่งผลดีต่อการรักษาความแข็งแรงของกระดูก

3. โปรตีนในโยเกิร์ตอาจมีส่วนช่วยต่อสุขภาพหัวใจ

เวย์โปรตีนและเคซีนในผลิตภัณฑ์นมมีการศึกษาที่ชี้ว่าอาจช่วยสนับสนุนการทำงานของหลอดเลือด และอาจมีส่วนช่วยให้ความดันโลหิตดีขึ้นเมื่อรับประทานร่วมกับการดูแลสุขภาพด้านอื่น ๆ

หากดื่มโยเกิร์ตเป็นประจำ อาจได้ประโยชน์อะไร?

เมื่อรับประทานควบคู่กับอาหารที่สมดุลและการใช้ชีวิตที่ดี หลายการศึกษาพบว่าอาจช่วย

สนับสนุนการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ช่วยรักษามวลกระดูก

ส่งเสริมระบบขับถ่าย

ช่วยให้ลำไส้ทำงานเป็นปกติ

สนับสนุนระบบภูมิคุ้มกัน

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน และไม่ควรใช้โยเกิร์ตแทนการรักษาทางการแพทย์

ดื่มโยเกิร์ตอย่างไรให้ได้ประโยชน์?

1. เลือกโยเกิร์ตให้เหมาะ

เลือกชนิดที่มีจุลินทรีย์มีชีวิต

เลือกสูตรน้ำตาลต่ำหรือไม่เติมน้ำตาล

อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ

2. ดื่มในเวลาที่เหมาะสม

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ดื่มหลังอาหารประมาณ 30 นาที เพราะเป็นช่วงที่กรดในกระเพาะอาหารไม่สูงมาก ทำให้จุลินทรีย์มีชีวิตมีโอกาสรอดได้มากขึ้น

ปริมาณที่เหมาะสมคือประมาณ 150-200 กรัม วันละ 1-2 ครั้ง

3. รับประทานคู่กับอาหารที่เหมาะสม

ผลไม้ที่มีวิตามินซี เช่น กีวี สตรอว์เบอร์รี

ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวโอ๊ต

การรับประทานร่วมกันอาจช่วยเพิ่มความอิ่มและส่งเสริมการได้รับสารอาหารที่สมดุล

4. เลือกให้เหมาะกับสุขภาพของตัวเอง

ผู้แพ้น้ำตาลแลคโตส ควรเลือกสูตร Lactose Free

ผู้ควบคุมน้ำหนัก ควรเลือกสูตรไม่เติมน้ำตาล

ผู้ที่เสี่ยงกระดูกพรุน อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เสริมวิตามินดี

สรุป

กรณีของหญิงวัย 61 ปี แสดงให้เห็นว่า การดื่มโยเกิร์ตเป็นประจำร่วมกับการเลือกรับประทานอย่างเหมาะสมและการดูแลสุขภาพโดยรวม อาจส่งผลดีต่อสุขภาพได้ อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกรณีตัวอย่าง และไม่ควรคาดหวังว่าจะเกิดผลเช่นเดียวกันกับทุกคน หากมีโรคประจำตัวหรือกำลังอยู่ระหว่างการรักษา ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

ขอบคุณที่มา: th.thebustednews.com