คำทำนายที่ถูกกล่าวขานของบาบา วังกาเกี่ยวกับปี 2026 กลับมาเป็นกระแสอีกครั้ง แม้ยังไม่มีหลัก



ชื่อของ บาบา วังกา หญิงตาบอดชาวบัลแกเรียผู้ได้รับฉายาว่า “นอสตราดามุสแห่งคาบสมุทรบอลข่าน” ยังคงถูกพูดถึงอยู่เสมอ แม้เธอจะเสียชีวิตตั้งแต่ปี 1996 แล้วก็ตาม ทุกครั้งที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน คำทำนายที่ถูกอ้างถึงในชื่อของเธอมักกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับปี 2026 อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์จำนวนมากชี้ว่า คำทำนายเหล่านี้ไม่มีบันทึกต้นฉบับที่ตรวจสอบได้ และส่วนใหญ่เป็นการเล่าต่อหรือการตีความภายหลัง จึงควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล
คำทำนายแรกที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คือ ความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ หลายแหล่งอ้างว่าโลกอาจเผชิญภาวะเศรษฐกิจผันผวน ตลาดการเงินสั่นคลอน และประเทศต่าง ๆ ต้องปรับตัวครั้งสำคัญ แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นคำพูดของบาบา วังกาโดยตรง แต่ประเด็นนี้ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์



คำทำนายที่สองคือ การเปลี่ยนแปลงของอำนาจโลก มีการกล่าวอ้างว่าศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเมืองจะเคลื่อนตัวไปยังเอเชีย ส่งผลให้ดุลอำนาจของโลกเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเป็นเพียงการตีความจากแหล่งข้อมูลรอง แต่ก็เป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจไม่น้อย
คำทำนายที่สามเกี่ยวข้องกับ ภัยธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว น้ำท่วม หรือเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ซึ่งหลายคนมองว่าสอดคล้องกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่โลกกำลังเผชิญอยู่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่าบาบา วังกาเคยบันทึกคำทำนายนี้ไว้ด้วยตนเอง
คำทำนายที่สี่คือ ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยมีการอ้างว่าเทคโนโลยีอาจพัฒนาอย่างรวดเร็วจนส่งผลต่อการใช้ชีวิต การทำงาน และการตัดสินใจของมนุษย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาถกเถียงในหลายบทความเกี่ยวกับปี 2026



6
คำทำนายสุดท้ายที่สร้างกระแสอย่างมากคือ ความเป็นไปได้ของการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตนอกโลก บางแหล่งอ้างว่าอาจเกิดเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้มนุษยชาติได้เผชิญกับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกในปี 2026 แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จัดให้เป็นเพียงเรื่องเล่าหรือการตีความที่แพร่หลายบนอินเทอร์เน็ต
แม้ว่าคำทำนายของบาบา วังกาจะถูกพูดถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และนักวิจัยจำนวนมากย้ำว่า ไม่มีเอกสารต้นฉบับที่ยืนยันคำทำนายเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน หลายเรื่องอาจถูกแต่งเติมหรือเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ปัจจุบันภายหลัง จึงควรมองว่าเป็นเรื่องเล่าทางวัฒนธรรมมากกว่าข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้