หลายคนเคยมีประสบการณ์สะดุ้งตื่นตอนตี 3 หรือตี 4 โดยไม่มีสาเหตุ บางคนมองนาฬิกาแล้วนอนไม่หลับต่อ บางคนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะอายุเพิ่มขึ้นหรือดื่มน้ำมากเกินไปก่อนนอน
แต่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การนอนหลับระบุว่า หากการตื่นช่วงเวลาเดิมเกิดขึ้นเป็นประจำติดต่อกันหลายสัปดาห์ ไม่ใช่แค่ครั้งคราว อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีบางอย่างผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน ความเครียด โรคประจำตัว หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอน

ทำไมหลายคนถึงตื่นช่วงตี 3-4 มากที่สุด?
ในช่วงเวลาประมาณตี 3-4 ร่างกายจะอยู่ในช่วงท้ายของการหลับลึก ฮอร์โมนหลายชนิดเริ่มเปลี่ยนแปลงเพื่อเตรียมให้ร่างกายตื่นในตอนเช้า หากระบบต่าง ๆ ทำงานไม่สมดุล ก็อาจทำให้สมองตื่นขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
หากเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวอาจไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่หากเกิดขึ้นเกือบทุกคืน ควรหาสาเหตุที่แท้จริง
1. ความเครียดสะสมและภาวะวิตกกังวล
สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดคือความเครียด
หลายคนคิดว่าตัวเองไม่ได้เครียด แต่สมองยังคงประมวลผลเรื่องงาน การเงิน หรือปัญหาชีวิตแม้ในขณะหลับ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงขึ้นเร็วกว่าปกติ จนทำให้ตื่นกลางดึก
หากคุณตื่นขึ้นมาแล้วคิดเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หรือหัวใจเต้นเร็ว นี่อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังได้รับผลกระทบจากความเครียด

2. ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลง
ผู้ที่รับประทานอาหารหวานจัด หรือมื้อเย็นที่มีแป้งและน้ำตาลสูง อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดขึ้นเร็วและลดลงเร็วระหว่างนอน
เมื่อระดับน้ำตาลลดลง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ตื่น ส่งผลให้หลายคนสะดุ้งตื่นช่วงตี 3-4 พร้อมอาการหิว ใจสั่น หรือเหงื่อออก
3. ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
หากคุณตื่นขึ้นมาพร้อมอาการหายใจไม่เต็มอิ่ม สำลัก หรือคนในบ้านบอกว่าคุณกรนเสียงดัง นี่อาจเป็นสัญญาณของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
โรคนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง สมองจึงปลุกร่างกายให้ตื่นเพื่อกลับมาหายใจอีกครั้ง แม้เจ้าตัวอาจจำไม่ได้ว่าตื่นก็ตาม
หากปล่อยไว้นาน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง
4. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงตามวัย
ในผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลงอาจทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืน และตื่นบ่อย
ส่วนผู้ชาย เมื่ออายุมากขึ้น ฮอร์โมนบางชนิดที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับก็อาจลดลงเช่นกัน ทำให้หลับไม่ต่อเนื่อง
5. ตับ ปอด หรือไตเกี่ยวข้องหรือไม่?
มีความเชื่อในศาสตร์แพทย์แผนจีนว่า การตื่นช่วงตี 3-4 อาจเกี่ยวข้องกับการทำงานของปอดหรืออวัยวะบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วงเวลาที่ตื่นสามารถระบุโรคของอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งได้โดยตรง
ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติร่วม เช่น ไอเรื้อรัง เหนื่อยง่าย น้ำหนักลดผิดปกติ หรือปวดตามร่างกาย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ มากกว่าตีความจากเวลาเพียงอย่างเดียว
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
ควรเข้ารับการตรวจ หากมีอาการดังต่อไปนี้ร่วมกับการตื่นตี 3-4 เป็นประจำ
ตื่นกลางดึกเกือบทุกคืนติดต่อกันเกิน 3-4 สัปดาห์
นอนไม่หลับต่อ ส่งผลต่อการใช้ชีวิต
ง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน
กรนเสียงดัง หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ
ใจสั่น แน่นหน้าอก หรือเหงื่อออกมากหลังตื่น
วิธีช่วยให้นอนหลับต่อเนื่องมากขึ้น
แพทย์แนะนำให้หลีกเลี่ยงชา กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงเย็น งดเล่นโทรศัพท์ก่อนนอนอย่างน้อย 30-60 นาที จัดห้องนอนให้มืดและอุณหภูมิพอเหมาะ รวมถึงเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน
หากตื่นกลางดึก ไม่ควรรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพราะแสงจากหน้าจอจะยิ่งกระตุ้นให้สมองตื่นเต็มที่ และทำให้นอนหลับต่อได้ยากกว่าเดิม
หลายคนคิดว่าการตื่นตี 3 หรือตี 4 เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่หากเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ร่างกายอาจกำลังส่งสัญญาณบางอย่างที่ไม่ควรมองข้าม การสังเกตคุณภาพการนอนของตัวเอง และรีบหาสาเหตุเมื่อมีความผิดปกติ อาจช่วยป้องกันปัญหาสุขภาพในระยะยาวได้.