ทริปในฝันสู่ขุมนรก เปิดเบื้องหลังขบวนการค้ายาในอังกฤษ แก๊งโหดใช้สารพัดวิธีลวงสาววัยรุ่นที่อยากเที่ยวหรูลงโซเชียล - ข่าวร้อน

Monday, May 18, 2026

หญิงสาวกว่าครึ่งที่ถูกจับในคดีขนยาเสพติดมีอายุต่ำกว่า 30 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 17-24 ปี

“ลูซี่” หญิงสาวชาวอังกฤษคนหนึ่งใฝ่ฝันอยากไปเที่ยวประเทศไทยมาตลอด แต่เงินเดือนจากงานประจำแทบหมดไปกับค่าครองชีพและภาษี

เมื่อมีคนเสนอให้เธอได้ตั๋วเครื่องบินฟรี โรงแรมฟรี พร้อมเงินใช้จ่ายอีก 1,000 ปอนด์ ทุกอย่างจึงดูเหมือนฝันที่เป็นจริง

ขณะเดียวกัน “ชาร์ลอตต์ เมย์ ลี” อดีตพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินวัย 21 ปี จากกรุงลอนดอน ถูกตำรวจศรีลังกาจับกุม หลังพบกัญชาสังเคราะห์ชนิด “Kush” น้ำหนัก 46 กิโลกรัมในกระเป๋าเดินทาง

ส่วน “เบลลา เมย์ คัลลีย์” วัย 18 ปี เคยถูกแจ้งหายระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในไทย จนเกิดปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่

สำหรับลูซี่ ทริปพักผ่อน 2 สัปดาห์ที่ดูแสนสบาย กลับกลายเป็นฝันร้ายระหว่างเดินทางกลับอังกฤษ เพราะในกระเป๋าของเธอเต็มไปด้วยกัญชาคุณภาพสูง มูลค่าตามท้องตลาดกว่า 65,000-70,000 ปอนด์

เธอเป็นเพียงหนึ่งใน “นักขนยารุ่นใหม่” ชาวอังกฤษ ที่เดินตามรอยคดีดังของเบลลาและชาร์ลอตต์ ซึ่งถูกจับพร้อมกัญชามูลค่ารวมกว่า 1.4 ล้านปอนด์ หลังเดินทางกลับจากไทย

สารคดีของ Channel 4 ชื่อ Inside Thailand’s British Drug Mule Gangs: UNTOLD เปิดโปงเครือข่ายแก๊งอังกฤษที่ใช้คนหนุ่มสาวเป็น “ล่อขนยา” แลกกับค่าจ้างเพียง 5,000 ปอนด์ แม้ต้องเสี่ยงติดคุกนานหลายสิบปี

“เป้าหมายหลักของแก๊งคือคนที่มีปัญหาชีวิตหรือกำลังต้องการเงิน” เทียร์ ดอนดี นักข่าวสืบสวนกล่าว

หลังไทยปลดล็อกกัญชาในปี 2022 การลักลอบนำกัญชาเข้าอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปี 2025 มีผู้ถูกจับที่สนามบินอังกฤษราว 650 คน

กว่าครึ่งมีอายุต่ำกว่า 30 ปี และส่วนใหญ่เป็นวัย 17-24 ปี โดยเฉพาะหญิงสาวที่ถูกใช้เป็นผู้ลำเลียงยาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ในอังกฤษ เทียร์ได้พบหญิงชื่อ “ซี” ผู้ดูแลเครือข่ายส่งคนเข้าออกไทยทุกสัปดาห์

“เราจ่ายค่าตั๋ว ค่าโรงแรม พาเที่ยวดีๆ พวกเขายังเด็ก ไม่มีเงิน และไร้เดียงสา” เธอกล่าว

“มันเป็นเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศ คนเข้ามาเพราะเห็นเพื่อนทำแล้วได้เงิน แถมส่วนใหญ่ผ่านได้ไม่มีปัญหา ทุกคนรู้ความเสี่ยงดี”

เธอยังเผยอีกว่า บางคนเริ่มกลัวตอนเดินทางกลับ แต่หากคิดถอนตัว ก็จะถูกข่มขู่ทันที

“ถ้าจะถอยตอนนี้ ฉันฆ่าเธอได้ที่ไทยเลยนะ ยังไงก็ต้องถือกระเป๋าใบนั้นกลับประเทศ”

ด้าน “ที” พ่อค้ายาชาวอังกฤษในไทย ยอมรับว่าเขาส่งกัญชาเข้าอังกฤษมูลค่าหลายแสนปอนด์ทุกเดือน

“ในเครือข่ายมีประมาณ 3-4 คน คนขนยาจะได้ค่าจ้าง 5,000 ปอนด์”

เขาเผยว่า ค่าใช้จ่ายต่อคนรวมตั๋ว โรงแรม และเงินใช้จ่าย อยู่ที่ราว 7,000 ปอนด์

กัญชาถูกซื้อแบบยกล็อตในราคากิโลละ 700-800 ปอนด์ ก่อนซีลสุญญากาศเพื่อลดกลิ่น และขายต่อในอังกฤษได้มากกว่า 3,000 ปอนด์ต่อกิโล

ทีพาเทียร์ไปพบ “ลูซี่” หนึ่งในคนขนยาหน้าใหม่

หญิงสาวสวมไอ้โม่งสีชมพูปิดบังใบหน้า พร้อมขนตาปลอมเด่นชัด เธออาศัยและทำงานในอังกฤษ

“ฉันอยากมาไทยอยู่แล้ว เลยมองว่านี่คือโอกาส” เธอกล่าว

“ฉันมีเพื่อนชาวยุโรปเคยทำมาก่อน พอเขาชวนหาเงินเพิ่ม ฉันก็ตกลง เพราะทำงานในอังกฤษมาหลายปีแต่ไม่มีเงินเก็บเลย”

“ฉันทำงาน กลับบ้าน จ่ายบิล จ่ายภาษี วนอยู่แบบนี้ ฉันต้องการเงินเพิ่ม”

“สำหรับฉัน เงิน 5,000 ปอนด์ถือว่าเยอะมาก ฉันไม่กลัว ฉันเชื่อว่าถ้าคิดบวก สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้น ฉันไม่อยากคิดเรื่องโดนจับ”

เทียร์เล่าว่า เขาตกใจกับความนิ่งของลูซี่

“เธอพยายามไม่คิดมาก แต่ตอนเปิดกระเป๋าแล้วเห็นกัญชาเต็มกระเป๋า ผมเห็นเธอตื่นตระหนกทันที ปกติคนขนยาจะไม่เปิดดูของข้างใน”

เมื่อกลับอังกฤษ ทีมงานสารคดีได้ติดตามเจ้าหน้าที่ Border Force ที่สนามบินใหญ่แห่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่บอกว่า พวกเขาสังเกตพฤติกรรมและภาษากายของผู้โดยสารเป็นหลัก

เพียงครึ่งชั่วโมงหลังเริ่มติดตาม ก็มีหญิงชาวอังกฤษวัยรุ่นคนหนึ่งที่บินชั้นธุรกิจจากกรุงเทพฯ ถูกจับพร้อมกัญชาราว 30 กิโลกรัม

“นั่นแสดงให้เห็นว่าปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน” เทียร์กล่าว

เขายังตั้งคำถามว่า แม้อังกฤษจะเข้มงวด แต่ฝั่งไทยยังปล่อยให้หลายคนเดินทางออกได้ง่าย และไม่มีใครรู้ว่ามีกี่คนที่ลักลอบสำเร็จ

คริส บัตเลอร์ หัวหน้าหน่วยยุทธศาสตร์ Border Force ระบุว่า ปีที่ผ่านมา การยึดกัญชาเพิ่มขึ้นถึง 66%

ขณะที่สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติอังกฤษเผยว่า ปีล่าสุด มีการยึดกัญชาที่สนามบินรวมกว่า 28 ตัน

โทษของการลักลอบนำกัญชาเข้าอังกฤษ อาจสูงถึงจำคุก 14 ปี หรือปรับไม่จำกัดจำนวน

หญิงที่ถูกจับในสนามบินภายหลังทราบชื่อคือ “ซารา โซห์รา เอลาอูซี” วัย 23 ปี ซึ่งรับสารภาพแล้ว และมีกำหนดตัดสินโทษในเดือนมิถุนายน

เทียร์เผยว่า ลูซี่เองก็เกือบมีจุดจบแบบเดียวกัน

“ตอนเธอกลับอังกฤษ ผมยังไม่รู้เลยว่าเธอจะกล้าทำจริงไหม แต่สุดท้ายเธอก็ผ่านไปได้โดยไม่ถูกจับ”

หลังเหตุการณ์ เทียร์ได้พบเธออีกครั้ง และพบว่าเธอกลับมานิ่งเหมือนเดิม

ลูซี่ยอมรับว่าเธอกลัวมาก โดยเฉพาะตอนรอกระเป๋าที่สนามบินอังกฤษ

“มันออกมาช้ามาก และเป็นใบสุดท้าย พอเห็นกระเป๋า ฉันคิดเลยว่า ฉันรอดแล้ว”

หลังจากนั้น เธอโทรหาเบอร์ที่ได้รับมา ส่งมอบกระเป๋าให้คนขับรถ และรับเงินสด 5,000 ปอนด์

ก่อนปิดท้ายว่า “พรุ่งนี้ฉันจะบินไปเที่ยวเม็กซิโก”

Cr: https://www.thesun.co.uk/news/39116927/lucy-women-drug-smuggling-free-holidays/