"ผักโขม" หรือผักขม หรือผักโหม เป็นพืชที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนๆ พยายามวิจัยถึงคุณค่าทางอาหาร - ข่าวร้อน

Thursday, May 1, 2025

"ผักโขม" หรือผักขม หรือผักโหม เป็นพืชที่นักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนๆ พยายามวิจัยถึงคุณค่าทางอาหาร

ในชื่อที่เรียกพืชชนิดนี้ว่า อะมารานธ์ (Amaranth) เขาว่าเป็นพืชหลักของชาวแอซเท็ก พบว่าในเมล็ดผักโขม มีปริมาณกรดอะมิโนมากกว่าธัญพืชหลักอื่นๆ ใบใช้รับประทานเป็นผักสีเขียว ยังมีอีกหลายประเทศศึกษาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเม็กซิโก อินเดีย สหรัฐอเมริกา...

ในเมืองไทยเราถือว่า ผักโขมเป็นพืชพื้นบ้านของเรา มีหลายชนิด เช่น ผักโขมหนาม ผักโขมหิน ผักโขมหัด ผักโขมสวน ผักโขมเกลี้ยง

ผักโขมเป็นพืชที่ให้สารวิตามินเอแก่ร่างกายเช่นเดียวกับฟักทอง ผักบุ้ง พริกชี้ฟ้า มีรสขมเล็กน้อย มีสรรพคุณแก้เลือดเป็นพิษ ดีพิการ เพ้อคลั่ง เหมาะสำหรับคนที่มีธาตุน้ำเป็นเจ้าเรือน...

สรรพคุณทางยา ใบใช้รักษาแผลพุพอง ต้นแก้อาการแน่นหน้าอกและหอบ รากปรุงเป็นยาช่วยดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ ขับถ่ายปัสสาวะ แก้คัน แก้เสมหะ เป็นผักที่คนไทยนิยมรับประทานมานานทั่วทุกภาค ต้ม ผัด แกง ทอด หลากหลายเมนู...

ผักโขม ให้พลังงานแก่ร่างกาย 43 กิโลแคลอรี โปรตีน 5.2 มิลลิกรัม ไขมัน 0.8 กรัม คาร์โบไฮเดรต 6.7 มิลลิกรัม แคลเซียม 341 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 76 มิลลิกรัม เหล็ก 4.1 มิลลิกรัม วิตามินบีหนึ่ง 0.01 มิลลิกรัม วิตามินบีสอง 0.37 มิลลิกรัม วิตามินซี 120 มิลลิกรัม ไนอะซิน 1.8 มิลลิกรัม มีกรดอะมิโนมากถึง 30 ชนิด มีสารเบต้า-แคโรทีน ช่วยต้านอนุมูลอิสระตัวก่อมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม...

ตัววิตามินซีมีมากช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ช่วยสร้างคอลลาเจน บำรุงผิวพรรณผุดผ่อง มีสารซาโปนิน ช่วยลดคอเลสเตอรอล และที่สำคัญมีไฟเบอร์ ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย ป้องกันการเกิดมะเร็งในกระเพาะได้เป็นอย่างดี...

มีข้อดีเยอะๆ ก็มีข้อเสียเหมือนกัน รับประทานมากๆ ไม่ดีแน่ ผักโขมมีกรดออกซาลิก (Oxalate) ขัดขวางการดูดซึมธาตุแคลเซียม ผู้ที่กำลังรับประทานบำรุงเสริมแคลเซียมอยู่ไม่ควรรับประทานผักโขม ผักปวยเล้ง จะทำให้ประสิทธิภาพการดูดซึมแคลเซียมลดลง มีโอกาสไม่ดูดซึม ทำให้เกิดนิ่วได้...ผู้ที่มีปัญหาเรื่องนิ่ว เก๊าต์ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ควรหลีกเลี่ยงการกินผักโขมในปริมาณที่มาก และควรทำให้สุกก่อนรับประทาน เพราะจะเป็นการลดปริมาณกรดออกซาลิกได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : เทคโนโลยีชาวบ้าน